วิธีคำนวณขนาดถังเก็บน้ำสำหรับใช้ในบ้าน

วิธีคำนวณขนาดถังเก็บน้ำสำหรับใช้ในบ้าน

หลักการคำนวณก่อนตัดสินใจเลือกซื้อถังเก็บน้ำสำหรับใช้ในบ้าน

 

ปัญหาน้ำประปาไม่ไหล น้ำไม่แรง น้ำมีกลิ่น หรือน้ำมีคราบตะกอนปนเปื้อนจากการซ่อมบำรุงท่อประปาในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่พักอาศัย เป็นหนึ่งในปัญหากวนใจที่สามารถพบเจอและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคได้บ่อยครั้ง ส่งผลให้ ‘ถังเก็บน้ำ’ ได้กลายมาเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ทุกบ้านพักอาศัยควรเลือกซื้อและเลือกติดตั้งเอาไว้สำหรับกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภคภายในบ้านในกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้สมาชิกภายในบ้านสามารถใช้น้ำได้อย่างสะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

 

ซึ่งในปัจจุบันนี้ ถังเก็บน้ำมีให้เลือกใช้งานมากมายหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส หรือถังเก็บน้ำ PE อีกทั้งยังมีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้งานตามความต้องการในการสำรองใช้น้ำ มาดูกันดีกว่าเราจะมีวิธีคำนวณขนาดถังเก็บน้ำที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในบ้านอย่างไรบ้าง เพื่อให้ปริมาณน้ำที่ต้องการเก็บสำรองเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินนั้นเพียงพอต่อความต้องการของทุกคน

 

วิธีคำนวณขนาดถังเก็บน้ำสำหรับใช้ในบ้าน

คำนวณขนาดถังเก็บน้ำจากความต้องการใช้น้ำในแต่ละวัน

ปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดของการเลือกซื้อถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสหรือถังเก็บน้ำพลาสติกมาติดตั้งภายในบริเวณอาคารที่พักอาศัย คือการเลือกซื้อถังเก็บน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำที่ต้องการใช้งานในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการใช้น้ำสำหรับการใช้สอยเพื่อการบริโภคและการอุปโภค ยกตัวอย่างเช่น การอาบน้ำ และการซักผ้า เป็นต้น ซึ่งความต้องการในการใช้น้ำต่อวันนี้ล้วนแตกต่างกันออกไปตามมาตรฐานความเป็นอยู่ของผู้บริโภค และการออกแบบระบบใช้สอยของอาคารที่พักอาศัย

เพื่อประโยชน์ในการเลือกซื้อถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสหรือถังเก็บน้ำพลาสติกให้มีขนาดเหมาะสมสำหรับปริมาณความต้องการใช้น้ำเพื่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน เราสามารถทำการประเมินความต้องการใช้น้ำเบื้องต้นจากพฤติกรรมการใช้น้ำของตนเองได้ดังนี้

  • การอาบน้ำและการล้างหน้า สำหรับการอาบน้ำด้วยฝักบัวจะมีการใช้น้ำไม่เกิน 20 ลิตร ต่อการอาบน้ำ 1 ครั้ง ในขณะที่การอาบน้ำในอ่างอาบน้ำจะมีการใช้น้ำอยู่ที่ประมาณ 110-200 ลิตร ต่อการอาบน้ำ 1 ครั้ง ซึ่งสามารถสิ้นเปลืองกว่ากันได้มากถึง 20 เท่า และสำหรับล้างหน้า หากมีการเปิดน้ำทิ้งไว้อย่างต่อเนื่องจะสิ้นเปลืองน้ำถึง 18 ลิตร ในขณะที่การใช้ภาชนะช่วยรองน้ำเอาไว้ขณะล้างหน้าจะสิ้นเปลืองน้ำเพียงแค่ 9 ลิตร ซึ่งน้อยกว่ากันถึงเท่าตัว
  • การแปรงฟัน สำหรับการแปรงฟัน หากมีการเปิดน้ำทิ้งไว้ในระหว่างการแปรงฟันจะทำให้มีปริมาณการใช้น้ำที่ราว ๆ 9 ลิตรต่อ 1 นาที ในขณะที่การใช้แก้วรองน้ำสำหรับแปรงฟันและบ้วนปากในแต่ละครั้งจะมีการใช้น้ำแค่เพียง 1 ลิตร เท่านั้น
  • การล้างทำความสะอาดภาชนะต่าง ๆ หากมีการเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ตลอดเวลาที่ทำความสะอาดภาชนะต่าง ๆ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำถึง 135 ลิตร ในเวลาประมาณ 15 นาที แต่ถ้าหากทำความสะอาดด้วยการนำภาชนะไปล้างในอ่างน้ำจะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำลงจนอยู่ที่ประมาณ 50 ลิตร ต่อการล้าง 1 ครั้ง
  • การซักผ้า สำหรับการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าจะมีปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ยราว ๆ 100 ลิตรต่อการซัก 1 ครั้ง ในขณะที่การซักผ้าในปริมาณที่เท่ากันด้วยการซักมือจะมีปริมาณการใช้น้ำราว ๆ 50 ลิตร เท่านั้น
  • การรดน้ำต้นไม้ สำหรับการรดน้ำต้นไม้ด้วยการใช้สายยางฉีดน้ำจะทำให้สูญเสียน้ำราว ๆ 5 ลิตร ต่อการรดน้ำต้นไม้ 1 นาที
  • การล้างรถ การใช้สายยางสำหรับการฉีดน้ำเพื่อทำความสะอาดรถจะทำให้มีการสิ้นเปลืองน้ำถึง 200-300 ลิตร ต่อการล้างรถ 1 ครั้ง ในขณะที่การรองน้ำในถังน้ำแล้วใช้ผ้าหรืออุปกรณ์ล้างรถจุ่มน้ำในถังเพื่อทำความสะอาดจะใช้น้ำแค่เพียง 30 ลิตร เท่านั้น
  • การใช้ชักโครก สำหรับการกดชักโครก 1 ครั้ง จะมีการใช้น้ำประมาณ 8-12 ลิตร โดยจะแตกต่างกันออกไปตามรุ่นและยี่ห้อของชักโครก ซึ่งใน 1 วันนั้น เรามักจะมีการเข้าห้องน้ำประมาณ 6 ครั้ง ทำให้ปริมาณการใช้น้ำสำหรับการกดชักโครกต่อคนในแต่ละวันจะอยู่ที่ประมาณ 72 ลิตร

คำนวณขนาดถังเก็บน้ำจากระยะเวลาที่ต้องการเก็บสำรองน้ำไว้ใช้

สำหรับการคำนวณขนาดของถังเก็บน้ำจากระยะเวลาที่ต้องการเก็บสำรองน้ำไว้ใช้ ควรเริ่มต้นจากการตรวจสอบปัญหาการหยุดจ่ายน้ำประปาในพื้นที่ที่พักอาศัย ว่าเคยเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลให้น้ำประปาหยุดไหลสูงสุดกี่วัน รวมถึงการพิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้น้ำประปาหยุดไหลเป็นระยะเวลานาน ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ยกตัวอย่างเช่น การซ่อมบำรุง หรือการเดินท่อประปาใหม่ที่เกี่ยวข้องในส่วนของท่อประปาหลัก ซึ่งส่งผลต่อการปิดระบบน้ำประปา รวมไปถึงการเกิดอุบัติเหตุที่อาจส่งผลให้ท่อประปาแตกหรือเสียหายจนทำให้ไม่สามารถส่งน้ำประปามายังบ้านพักอาศัยได้ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีการประมาณการระยะเวลาที่ต้องการเก็บสำรองน้ำไว้ใช้อยู่ที่ประมาณ 2-3 วัน

 

คำนวณขนาดถังเก็บน้ำจากจำนวนผู้พักอาศัย

สิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกซื้อถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสหรือถังเก็บน้ำพลาสติกเป็นลำดับถัดมา คือการคำนวณขนาดของถังเก็บน้ำให้เพียงพอต่อจำนวนผู้พักอาศัยในบ้าน ซึ่งสามารถคำนวณได้จากการนำจำนวนผู้พักอาศัยภายในบ้านมาคูณกับพฤติกรรมการใช้น้ำเพื่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวันจากข้อมูลด้านบนได้โดยตรง หรือคำนวณจากตัวเลขอ้างอิงปริมาณการใช้น้ำของการประปานครหลวงได้ ดังนี้

  • ผู้ที่พักอาศัยในเขตนครหลวงจะมีปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ย 200 ลิตร ต่อคน ต่อวัน
  • ผู้ที่พักอาศัยในเขตเทศบาลจะมีปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ย 120 ลิตร ต่อคน ต่อวัน
  • ผู้ที่พักอาศัยแถบชานเมืองจะมีปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ย 70 ลิตร ต่อคน ต่อวัน


สูตรการคำนวณขนาดถังเก็บน้ำ

โดยปริมาณน้ำที่ควรกักเก็บสำรองเอาไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินสามารถคำนวณได้จากสูตร :
จำนวนผู้พักอาศัยภายในบ้าน X ปริมาณน้ำแบบเฉลี่ยที่ต้องการใช้งาน (ต่อคน ต่อวัน) X ระยะเวลาที่ต้องการสำรองน้ำไว้ใช้ (โดยปกตินิยมคำนวณที่ประมาณ 2-3 วัน)

 

ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าในบ้านอาศัยมีสมาชิกอาศัยอยู่ร่วมกันทั้งหมด 5 คน จะทำให้ใน 1 วัน สมาชิกทั้งหมดในบ้านหลังนี้จะมีความต้องการใช้น้ำราว ๆ คนละ 200 ลิตร ซึ่งเมื่อคำนวณรวมกันแล้วจะอยู่ที่ประมาณวันละ 1,000 ลิตร หากต้องการเก็บสำรองน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภคประมาณ 2 วัน ดังนั้นขนาดของถังเก็บน้ำที่ควรเลือกซื้อเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการเก็บสำรองน้ำไว้ใช้ในยามฉุกเฉินจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลิตร

 

โดยปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส หรือถังเก็บน้ำพลาสติกทั่วไป มักจะมีการติดตั้งลูกลอยตัดน้ำภายในถังจึงทำให้ปริมาณน้ำที่สามารถกักเก็บสำรองเอาไว้ในถังได้นั้นจะน้อยกว่าปริมาตร หรือขนาดของความจุถังเก็บน้ำที่ได้ระบุไว้บริเวณด้านข้างถังประมาณ 10-20 % โดยจะขึ้นอยู่กับรูปทรงของถังเก็บน้ำ หากเจ้าของบ้านต้องการสำรองน้ำไว้ใช้ตามความต้องการได้อย่างเพียงพอจึงควรเลือกซื้อถังเก็บน้ำให้มีขนาดใหญ่กว่าปริมาณที่ต้องการสำรองเอาไว้เล็กน้อย

 

สำหรับลูกค้าท่านไหนที่สนใจและต้องการบริการติดตั้งระบบสำรองน้ำ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงงาน อาคารสำนักงาน หรือบ้านพักอาศัย สามารถติดต่อ บมจ.พรีเมียร์ โพรดักส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Water Solutions แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ถังบำบัดน้ำเสีย SATS ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบสำรองน้ำ รวมไปถึงถังเก็บน้ำต่าง ๆ ก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบตามความต้องการทั้งถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสและถังเก็บน้ำพลาสติกคุณภาพ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลและมาตรฐานอุตสาหกรรมในไทย การันตีคุณภาพ และความแข็งแรง ทนทาน ตลอดอายุการใช้งาน พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้งและซ่อมบำรุงที่ทำให้การสำรองน้ำเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สอบถามข้อมูลหรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ : 
บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน)
โทร : 02-301-2223
E-Mail : sale@pp.premier.co.th
Line : @pp.wtprofessional
Website : premier-products.co.th

แชร์เนื้อหา

Facebook
Twitter
LinkedIn
Email
WhatsApp

เนื้อหาโพสล่าสุด