วิเคราะห์การดำเนินงานและฐานะทางการเงินการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
ภาพรวมของการดำเนินงาน
1) ภาพรวมของธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย
ในปี 2568 บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดโดยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการมุ่งรักษาฐานลูกค้าหลักเดิมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการนำเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของทีมงาน นวัตกรรม การควบคุมต้นทุน และการส่งมอบงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้เหมาะกับสภาวะของตลาดซึ่งมีผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์และธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
ผลิตภัณฑ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ยังคงมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการติดตั้งระบบในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคารุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยเป็นหลัก
ส่วนของธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทย่อย ยังคงมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบและการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มเสถียรภาพและประสิทธิผลของการผลิตไฟฟ้า
2) วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ของบริษัทและบริษัทย่อย มีขาดทุนสุทธิสำหรับปีจำนวน 89.91 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 60.78 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายและบริการลดลงจากปีก่อน 360.11 ล้านบาท จากที่บริษัทปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นคุณภาพในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้า อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นกว่าปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 2.0 ในงวดบริษัทรับรู้ด้อยค่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาจำนวน 4.24 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบของราคาสินค้า ประมาณต้นทุนส่วนเพิ่มของงานโครงการกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาจำนวน 17.34 ล้านบาท รับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าตาม TFRS9 (หนี้สงสัยจะสูญ) จำนวน 5.36 ล้านบาท ในปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยจัดให้มีการประเมินมูลค่ายุติธรรมของที่ดินโดยใช้วิธีเปรียบเทียบข้อมูลราคาตลาดโดยผู้ประเมินราคาอิสระ ซึ่งผลจากการประเมินเกิดกำไรจากการตีราคาสินทรัพย์แสดงรายการในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นจำนวน 162.3 ล้านบาท และขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์แสดงรายการในงบกำไรขาดทุนจำนวน 21.2 ล้านบาท ดังนั้น รายการเปลี่ยนแปลงในงวดสรุปได้ดังนี้
(1) รายได้จากการขายและบริการมีจำนวน 758.65 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 390.93 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 34.0 จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการจัดการน้ำจำนวน 551.50 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 171.63 ล้านบาท และจากกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจำนวน 207.14 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 219.31 ล้านบาท
(2) กำไรขั้นต้นมีจำนวน 154.38 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 73.44 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 32.2 ซึ่งแม้ว่ายอดขายลดลง แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 20.3 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 19.8
(3) ต้นทุนในการจัดจำหน่ายมีจำนวน 146.11 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 13.11 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 8.2 ทั้งนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 19.3 ของรายได้จากการขายและบริการ เนื่องจากรายได้จากการชายและบริการที่ลดลงทำให้อัตราส่วนฯ สูงขึ้นจากปีก่อน
(4) ค่าใช้จ่ายในการบริหารมีจำนวน 107.21 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 3.37 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายบุคลากรและการกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าของทรัพย์สินที่ยกเลิกการดำเนินกิจกรรม
(5) รายการรับรู้ค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตาม TFRS9 (หนี้สงสัยจะสูญ) จำนวน 5.36 ล้านบาท ในขณะที่ในปีก่อนมีการรับรู้ค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตาม TFRS9 (หนี้สงสัยจะสูญ) จำนวน 6.15 ล้านบาท
(6) ต้นทุนทางการเงินมีจำนวน 7.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.33 ล้านบาท จากการซื้อสินค้าจัดเก็บสต็อคจำนวนมากที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2567 ทำให้มีการเบิกใช้เงินกู้ในจำนวนมากขึ้น
(7) ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้มีจำนวน 2.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.64 ล้านบาท จากการปรับปรุงตัดรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่คาดว่าจะไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในอนาคตจำนวน 6.91 ล้านบาท
(8) ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาดซึ่งเป็นของบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 21.37 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 1.89 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายไฟฟ้ามีจำนวน 88.61 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 2.82 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงค่า Ft เฉลี่ยที่ลดลง 0.13 บาท/หน่วย แม้มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นจากปีก่อน 55,394 หน่วย อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 47.2 ค่าใช้จ่ายในการบริหารมีจำนวน 21.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.39 ล้านบาท จากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายในการทำลายจากการเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 0.76 ล้านบาท ซึ่งมีแผนการทำลายในปีหน้า