ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส และ ถังเก็บน้ำพลาสติก ต่างกันอย่างไร
ข้อดีและข้อจำกัดของถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสและถังเก็บน้ำพลาสติก
ถังเก็บน้ำ เป็นอุปกรณ์สำคัญที่มีหน้าที่สำหรับกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเมื่อน้ำประปาไม่ไหล ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ยกตัวอย่างเช่น การปิดระบบน้ำเพื่อการซ่อมบำรุง หรือการเดินท่อประปาใหม่ที่เกี่ยวข้องในส่วนของท่อประปาหลัก รวมไปถึงการเกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลให้ท่อประปาแตก เสียหาย จนทำให้ไม่สามารถส่งน้ำประปามาได้
นอกจากนี้ การมีถังเก็บน้ำยังช่วยให้น้ำที่จะถูกส่งมาเพื่อใช้สำหรับอุปโภคและบริโภคภายในบ้านสะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากบางครั้งการสูบน้ำขึ้นมาจากท่อประปาโดยตรงอาจมีฝุ่นผง รวมถึงสิ่งสกปรกที่ปนเปื้อนมาจากการซ่อมบำรุงท่อประปาในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง จนเกิดเป็นปัญหาน้ำขุ่นเนื่องจากมีดินโคลนปนเปื้อนเข้าไปในท่อที่แตกรั่ว หรือปัญหาน้ำเป็นสีแดงเนื่องจากท่อที่เป็นสนิม การมีถังเก็บน้ำ จึงเป็นการช่วยพักน้ำเอาไว้เพื่อให้สิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ เกิดการตกตะกอน เพื่อให้ได้น้ำประปาที่สะอาดขึ้นก่อนจะถูกนำมาใช้นั่นเอง
โดยในปัจจุบันนี้ ถังเก็บน้ำมีให้เลือกใช้มากมายหลากหลายประเภท ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งขนาด สี รวมถึงวัสดุที่ใช้ในการผลิตถังเก็บน้ำ ส่งผลให้การเลือกประเภทของถังเก็บน้ำให้ถูกต้องและเหมาะสมกับการใช้งาน จึงเป็นสิ่งผู้ใช้งานควรพิจารณาอย่างละเอียดและถี่ถ้วน โดยประเภทของวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำเป็นถังเก็บน้ำสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส
ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส เป็นถังเก็บน้ำสำเร็จรูปที่มีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากผลิตขึ้นจากวัสดุไฟเบอร์กลาส (Fiberglass Reinforced Plastics หรือ FRP) ซึ่งก็คือผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดแข็ง ที่มีการใส่วัสดุช่วยเสริมความแข็งแรงอย่าง “เส้นใยแก้ว” ซึ่งมีความอ่อนนุ่ม ทว่าเหนียว แข็งแรง และทนต่อแรงดึงได้สูงมาก ลงไป เพื่อให้ได้ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสที่มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นสูง ไม่แตกหักง่าย มีน้ำหนักเบา และสามารถรองรับแรงอัดได้ดี
ข้อดีของถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส
- ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสสามารถบรรจุน้ำได้หลายหลายชนิดทั้งน้ำสะอาด และน้ำกร่อย โดยไม่ทำให้เกิดตะไคร่น้ำและสนิม เนื่องจากเส้นใยแก้วซึ่งเป็นวัสดุหลักที่ใช้ในการผลิตไฟเบอร์กลาสไม่มีส่วนผสมของเหล็ก ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดสนิม
- มีให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบตามความต้องการ ทั้งถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสแบบบนดินและแบบฝังดิน
- ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสมีให้เลือกใช้งานหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กที่ใช้ตามบ้าน ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่ใช้ในงานส่วนอุตสาหกรรม
- ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสมีความแข็งแรงกว่าถังเก็บน้ำโพลีเอทิลีน หรือ ถังเก็บน้ำพลาสติก
- เมื่อต้องการเก็บน้ำสำรองในปริมาณมาก การใช้ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสสามารถประหยัดต้นทุนในการก่อสร้างได้มากกว่า เมื่อเทียบกับการสร้างบ่อคอนกรีตหรือบ่อปูนขนาดใหญ่
- สามารถติดตั้งได้ง่าย และใช้เวลา รวมถึงจำนวนแรงงานในการติดตั้งน้อยกว่า
- ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสดูแลรักษาง่าย เมื่อเกิดความเสียหายสามารถซ่อมแซมได้ทุกจุด โดยไม่ต้องทำการเปลี่ยนใหม่
- ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสมีความแข็งแรง ทนทาน และมีอายุการใช้งานนานถึง 20 ปี
- ปลอดภัยสำหรับการอุปโภคบริโภค เพราะวัสดุที่ใช้เป็น Food Grade
ถังเก็บน้ำพลาสติก
ถังเก็บน้ำพลาสติก หรือที่มักนิยมเรียกกันในชื่อ ถังเก็บน้ำโพลีเอทิลีน และถังเก็บน้ำ PE เป็นถังเก็บน้ำที่ถูกผลิตขึ้นมาจากโพลิเอทิลีน หรือ Polyethylene ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ที่จัดอยู่ในกลุ่มเทอร์โมพลาสติกที่มีความเหนียวและมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้ได้ถังเก็บน้ำพลาสติกที่มีราคาถูก ทว่ากลับมีความเหนียว ทนทาน และสามารถนำมาขึ้นรูปได้ทุกแบบตามความต้องการ
โดยในปัจจุบัน ถังเก็บน้ำพลาสติกได้ถูกพัฒนาทั้งในด้านคุณภาพ และวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิต โดยมีการนำเอาวัสดุ PE หลากหลายประเภท ทั้ง Polymer Elixer, Poly Composite, Fiber, และ Nano Anti bacteria เข้ามาใช้เป็นส่วนผสมสำหรับการผลิตถังเก็บน้ำพลาสติก เพื่อให้ได้ถังเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานสูง และปลอดภัยจากสารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
ข้อดีของถังเก็บน้ำพลาสติก
- ถังเก็บน้ำพลาสติก เป็นถังเก็บน้ำที่มีราคาถูกที่สุดในบรรดาถังเก็บน้ำประเภทอื่น ๆ
- ถังเก็บน้ำพลาสติกสามารถนำมาใช้บรรจุน้ำได้หลายชนิดโดยไม่ก่อให้เกิดสนิม เนื่องจากผลิตขึ้นมาจากวัสดุประเภทโพลิเมอร์ (PE)
- มีรูปแบบให้เลือกใช้งานได้หลากหลายตามความต้องการ ทั้งถังเก็บน้ำพลาสติกแบบติดตั้งบนดิน และถังเก็บน้ำพลาสติกแบบฝังดิน รวมถึงมีขนาดให้เลือก ตั้งแต่ถังเก็บน้ำพลาสติกขนาดเล็กที่ใช้ตามบ้าน ไปจนถึงถังเก็บน้ำพลาสติกขนาดใหญ่ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม
ข้อจำกัดของถังเก็บน้ำพลาสติก
- ถังเก็บน้ำพลาสติกไม่ทึบแสง จึงไม่เหมาะสำหรับการนำมาตั้งวางบริเวณกลางแจ้ง หรือบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดตะไคร่น้ำ ซึ่งเป็นผลจากแสงที่ลอดผ่านเข้าไปสัมผัสกับน้ำที่อยู่บริเวณด้านในตัวถัง
- เมื่อใช้งานไปสักพัก สีของพลาสติกจะซีดจาง ไม่สวยงาม
- ถังเก็บน้ำพลาสติกมีอายุการใช้งานไม่มากนัก จึงไม่เหมาะสำหรับการนำมาใช้งานในบ้านพักอาศัย
- ข้อต่อต่าง ๆ ของถังเก็บน้ำพลาสติก ใช้ความร้อนในการเชื่อม จึงอาจเกิดรอยแยกหรือรอยแตกร้าวได้เมื่อใช้งานมาเป็นเวลานาน
- ก้นของถังเก็บน้ำพลาสติกเป็นพื้นเรียบ จึงทำให้ล้างทำความสะอาดได้ยาก เนื่องจากอาจมีน้ำคั่งค้างอยู่บริเวณก้นถัง
ปัจจัยในการเลือกติดตั้งถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสและถังเก็บน้ำพลาสติก
1.ตำแหน่งในการติดตั้งถังเก็บน้ำ
โดยทั่วไปแล้ว การติดตั้งถังเก็บน้ำสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การติดตั้งถังเก็บน้ำบนดิน และการติดตั้งถังเก็บน้ำใต้ดิน
- การติดตั้งถังเก็บน้ำบนดิน
การติดตั้งถังเก็บน้ำบนดินมีข้อดีในเรื่องของการติดตั้ง การดูแลรักษา การซ่อมบำรุง และการเคลื่อนย้าย ที่สามารถทำได้อย่างสะดวกและง่ายดาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อจำกัดในเรื่องของอุณหภูมิของน้ำ ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศจนส่งผลต่อการเกิดตะไคร่น้ำภายในถัง ซึ่งมักจะพบได้บ่อยในถังเก็บน้ำพลาสติกชนิดโปร่งแสง ส่งผลให้การติดตั้งถังเก็บน้ำบนดินจึงนิยมใช้เป็นถังเก็บน้ำประเภทถังเก็บน้ำสเตนเลส และถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทาน และไม่เกิดตะไคร่หรือสนิมได้ง่าย
- การติดตั้งถังเก็บน้ำใต้ดิน
ในกรณีที่อาคารหรือบ้านพักอาศัยมีพื้นที่ใช้สอยอย่างจำกัด การติดตั้งถังเก็บน้ำใต้ดินก็นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยในการประหยัดพื้นที่สำหรับติดตั้ง และช่วยให้บริเวณโดยรอบอาคารบ้านพักดูเรียบร้อยสวยงาม อีกทั้งยังช่วยป้องกันปัญหาตะไคร่น้ำที่อาจเกิดขึ้นภายในตัวถังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำภายในถังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่ทั้งนี้การติดตั้งถังเก็บน้ำใต้ดินก็มีข้อจำกัดในเรื่องของราคาที่ค่อนข้างสูง และการทำความสะอาด รวมถึงการซ่อมแซม ที่ทำได้ค่อนข้างยาก ส่งผลให้การเลือกใช้ถังเก็บน้ำใต้ดิน นิยมใช้เป็นถังเก็บน้ำคอนกรีต และถังเก็บน้ำพลาสติกชนิดติดตั้งใต้ดิน เนื่องจากมีความคงทน แข็งแรง และปลอดภัยค่อนข้างมาก ทำให้สามารถรองรับแรงกด และแรงกระแทกได้ดีโดยไม่เกิดการทรุดตัว และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าถังเก็บน้ำชนิดอื่น ๆ
2.ปริมาณน้ำที่ต้องการใช้สอยในแต่ละวัน
สำหรับการเลือกซื้อถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสและถังเก็บน้ำพลาสติกมาติดตั้งภายในบริเวณอาคารที่พักอาศัยนั้น นอกจากจะต้องพิจารณาจากตำแหน่งในการติดตั้งถังเก็บน้ำแล้ว ขนาดของถังเก็บน้ำก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้งานควรเลือกพิจารณาให้ถี่ถ้วน โดยการเลือกขนาดของถังเก็บน้ำนั้น ควรเลือกพิจารณาจากจำนวนผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน และปริมาณน้ำที่ใช้ในแต่ละวันเป็นหลัก โดยสามารถพิจารณาอ้างอิงจากข้อมูลการใช้น้ำของการประปานครหลวงได้ ดังนี้
- ผู้ที่พักอาศัยในเขตนครหลวงจะมีปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ย 200 ลิตร ต่อคน ต่อวัน
- ผู้ที่พักอาศัยในเขตเทศบาลจะมีปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ย 120 ลิตร ต่อคน ต่อวัน
- ผู้ที่พักอาศัยแถบชานเมืองจะมีปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ย 70 ลิตร ต่อคน ต่อวัน
ซึ่งปริมาณน้ำที่ควรกักเก็บสำรองเอาไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินสามารถคำนวนได้จากสูตร :
จำนวนผู้พักอาศัย X ปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ย (ต่อคน ต่อวัน) X ระยะเวลาที่ต้องการสำรองน้ำไว้ใช้ (โดยปกตินิยมคำนวนที่ประมาณ 2-3 วัน)
3.มาตราฐานวัสดุที่ใช้ในการผลิตถังเก็บน้ำ
นอกจากเลือกพิจารณาตำแหน่งในการติดตั้งและขนาดของถังเก็บน้ำแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาก่อนการเลือกซื้อถังเก็บน้ำทุกครั้ง คือมาตราฐานของวัสดุที่ใช้ในการผลิตถังเก็บน้ำ โดยถังเก็บน้ำที่ได้คุณภาพทั้งถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสและถังเก็บน้ำพลาสติก จะต้องมีสัญลักษณ์ มอก. ติดอยู่ที่ข้างตัวถัง เพื่อยืนยันว่าสินค้าดังกล่าวผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสามารถใช้งานได้ปลอดภัยต่อสุขอนามัย และนอกจากนี้ วัสดุที่ใช้ในการผลิตถังเก็บน้ำยังควรเป็นวัสดุที่ได้มาตราฐาน Food Grade หรือ เกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากถังเก็บน้ำแต่ละใบนั้นมีอายุการใช้งานที่มากถึง 10 ปี ดังนั้น หากไม่ใช้ถังเก็บน้ำประเภท Food Grade ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาการหลุดล่อนของผิวเคลือบจากถังเก็บน้ำพลาสติก รวมถึงสารต่าง ๆ เช่น เส้นใยแก้ว จากถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานได้
หากสนใจบริการติดตั้งถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส และถังเก็บน้ำพลาสติก สำหรับ บ้าน อาคารสำนักงาน หรือองค์กร สามารถติดต่อบมจ.พรีเมียร์ โพรดักส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงพลังงานสะอาด บริการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ถังสำรองน้ำ มากกว่า 45 ปีพร้อมดูแลคุณ สามารถให้เราช่วยคำนวณค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการติดตั้งถังสำรองน้ำได้ฟรี! ติดต่อเราได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้
สอบถามข้อมูลหรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ :
บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน)
โทร : 02-301-2223
E-Mail : sale@pp.premier.co.th
Line : @pp.wtprofessional
Website : premier-products.co.th




